Sawasdee Pee NoO Ka

posted on 01 Jan 2008 13:01 by eyoreza

สวัสดีปีใหม่ ปี 2551 ค่ะ

 ไม่ได้อัพซะนานเชียว (ปกติมันก้อนานอยู่แล้วเนอะ)

 หวังว่าปีเก่าผ่านพ้นไปแล้ว ทุกคนก้อคงจะลืมเรื่องเลวร้ายที่ผ่านมา

 และจดจำแต่เรื่องดีๆนะคะ

 เจี๊ยบเองก็จะพยายามทำ ถึงแม้มันจะยากก้อตาม เหอะๆๆ--*

.

ปีนี้เป็นปีที่สำคัญอีกปีหนึ่ง เพราะเป็นปีที่จะต้องสอยโควต้า

สมรภูมิรบที่ใครๆต่างก้อไม่อยากให้มาถึง

หนีมาตั้งนาน คราวนี้ต้องเจอมันซะทีละ

หลังชนฝาแล้วนะ(คำพูดของอาจารย์อุ๊)ที่ย้ำให้เครียดอยู่เสมอว่า

กรู...หนีไม่รอดแน่ๆ

.

ถึงแม้จะมีคนย้ำๆๆๆย้ำแล้วย้ำอีก แต่นังเจี๊ยบก้อยังคงยืนหยัดนิสัยเดิม

วันที่ 9 จะสอบ ยังไม่ได้อ่าน ฮ่าๆๆๆๆๆ คงต้องรอตอนซัมเมอร์ จิตวิญญานมันถึงจะมา

แต่นึกไปนึกมา ปีนี้คงจะเป็นปีที่เป็นจุดเปลี่ยนจริงๆ

นึกอยู่เสมอมาว่าตอนอยู่ ม.6 นั้น ตัวเองจะเป็นยังไง

ตอนนี้ความรู้สึกนั้นมันเริ่มมาถึง เริ่มขวนขวาย (จิงเร๊อะ)

ไม่อยากจะคิดว่าในวันนี้อีกหนึ่งปีข้างหน้าจะเป็นยังไง

กะลังดีใจหรือว่าเสียใจกันแน่ (ขอให้ดีใจเหอ๊ะ สาทุ๊)

ไม่ว่าจะยังไงก้อตาม คงจะเริ่มตั้งแต่วันนี้ (คงจะ นะ คงจะ)

แต่ตอนนี้จัดตารางเรียนจนเวียนหัวไปหมด งงชะมัด จะเรียนยังไงให้มันทันสอบ

ตอนนี้เคมีก้อสบายใจ(นิดหน่อย) คณิต เอ๋ มีสองวิชาเหรอ อาร๊ายยยยยเนี่ย

ส่วรที่เหลือ ชีวะ(ไปตายเอาดาบหน้า) ฟิสิกส์(เครียด และซีเรียสอย่างแรง)

ไทย(หาที่ลงไม่ได้) สังคม(หาที่ลงไม่ได้) อังกฤษ (อนาคตเริ่มปรากฏ)>>>อะไรของกู

.

พอเตรียมตัว(ที่โคตรเละ ตุ้มเป๊ะ)เสร็จแล้ว ก้อมาดูหนทางชีวิตต่อ ระหว่าง

Pharmacy VS Engineer

มาพูดถึงเภสัชกันก่อน คือเมื่อก่อนเนี่ยเคยคิดว่าอยากเป็นเภสัช

มาตั้งแต่ น๊านนนนนนนานมาแระ แต่ก้อต้องมาเปลี่ยนใจตอน ม.4

เพราะว่าเริ่มชอบฟิสิกส์ และถูกคนบางคนทาบทามให้เรียนวิดวะเคมี

ซึ่งตอนนั้นมันดูน่าสนใจมากๆๆๆ ก้อเลย โอเควะ วิดวะเคมีก้อวิดวะเคมี

แต่พอเริ่มดูๆไป พบว่า วิดวะเคมีนั้นมันต้องออกแบบผลิตภัณฑ์อะไรแบบเนี้ย

ซึ่งมันไม่ใช่อย่างแรงอ่ะ ถึงแม้จะชอบพวกสารเคมีก้อเหอะ แต่ถ้าจะให้ถึงขั้นออกแบบคงไม่ไหว

ก้อเลยเปลี่ยนๆๆๆๆๆๆ เอาละ คราวนี้ก้อเลยโหวงเหวง เอาไงหล่ะกู แล้วกูจะเรียนอะไร

วันนึงมีโอกาสได้ไปอ่านแนะนำคณะที่พี่คนหนึ่งได้เขียนเอาไว้เกี่ยวกับการเรียนเภสัช

ก้อพบว่ามันก้อน่าสนใจดีนะ แต่ไม่ปลื้มตรงแลปกรี๊งสมุนไพรนี่แหละ

ใครจะไปจำได้ฟร่ะ แล้วแบบอีกอย่างก้อรู้สึกว่ามันไม่ใช่ตัวเรา(อีกแร้วกรู)

.

เมื่อไม่กี่วันมานี้ ได้ไปเจอบทความหนึ่ง ซึ่งเค้าได้เขียนการเปรียบเทียบ

การเรียนหมอกะบเภสัช พบว่าเนื้อหาที่เรียนมันก้อพอๆกันนั่นแหละวะ เพียงแต่ว่าของหมอ

มันละเอียด เยอะ และยากกว่า

เพราะตอนแรกที่ไม่คิดจะเรียนหมอเนี่ย เพราะว่า กลัวผี

แต่เภสัชก้อได้เรียนวิชา Anatomy เหมือนกัน

ก้อเลยคิดไปว่าแล้วมันแตกต่างกันตรงไหน ถึงแม้จะได้เรียนแค่ ขา แขน

แต่มันก้อได้เข้าถึงเหมือนกัน

แล้วไอ่ที่เราเลี่ยงเนี่ย เลี่ยงเพื่ออะไร เลี่ยงอะไรวะ โอ๊ยยย คิดไม่ออก

แต่.

อย่างที่รู้ๆกันว่า อาชีพหมอเป็นอาชีพที่ต้องรับผิดชอบชีวิตคน

แน่นอนว่าบุคคลนั้นจะต้อง ละเอียด รอบคอบ มีความรับผิดชอบสูง(มาก)

ความจำต้องดีด้วย ซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้อีชั้นไม่มีซักข้อ

นั่นแหละ ถึงเป็นเหตุผลส่วนตัวที่ไม่อยากเรียนหมอ อ้อ พูดภึงอาชีพหมอ

วันนั้นไปอ่านเจอข้อความนี้มา มันได้ใจมากๆ

"อาชีพแพทย์นั้นมีเกียรติ แพทย์ที่ดีจะไม่ร่ำรวย แต่ก็ไม่อดตาย
ถ้าใครอยากร่ำรวย ก็ควรเป็นอย่างอื่นไม่ใช่แพทย์
อาชีพแพทย์นั้นจำต้องยึดมั่นในอุดมคติ เมตตากรุณาคุณ
พระอนุศาส์นของสมเด็จพระบรมราชชนก



"ขอให้ถือประโยชน์ส่วนตน      เป็นที่สอง
ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์        เป็นกิจที่หนึ่ง
ลาภ ทรัพย์ และเกียรติยศ         จะตกแก่ท่านเอง
ถ้าท่านทรงธรรมมะแห่งอาชีพ    ไว้ให้บริสุทธิ์"



I do not want you to be only a Doctor, but l also want you to be a Man


"True success is not in the learning, but in its application to the benefit of mankind"
(ความสำเร็จมิใช่อยู่ที่การเรียนรู้เท่านั้น หากแต่เป็นการนำไปใช้ให้เป็นประโยชน์แก่เพื่อนมนุษย์)

 

ที่มา : วารสารศิริราชประชาสัมพันธ์ ปีที่ 18 ฉบับที่ 254 เดือนสิงหาคม 2548

http://my.dek-d.com/ubyi/story/viewlongc.php?id=183311&chapter=18

 

อ่านแล้วรู้สึกแบบโดนมากๆเลยอ่ะ

 

เจี๊ยบคิดว่าพี่ลูคคงท่องคำนี้ได้ขึ้นใจ จริงมั้ยคะ!!

 

.

ช่วงยี้อีเพ่อนมันฮิต อก. หรือว่าอุตสาหกรรมการเกษตรกันเหลือเกิ๊นนนนนน

 

แต่นังเจี๊ยบไม่เห็นชอบเลยอ่ะ มันไม่ใช่ตัวเรา(อีกแล้วเหรอฟร่ะ)

 

การตัดสิจใจเลือกเส้นทาง เป็นอะไรที่ยากจริงๆ

 

มันต้องใช้เวลาพอสมควร

 

ซึ่งต่อจากนี้ คงทิ้งบล็อคนี้ไว้อีกนาน

 

ซึ่งปกติมันก้อนานอยู่แล้ว

 

ต่อจากนี้ คงต้องจริงจังกะชีวิตมากขึ้น (จะจิงเร๊อ)

 

และ แจจ๋า....... เราคงต้องห่างกันซักพัก

 

แล้ววันนี้อีกหนึ่งปีข้างหน้า

 

หวังว่า แคสซี่ทุกคน และทงบังชินกิ

 

คงจะยังเหมือนเดิม<<<<<<<<<อะไรของกูอีกหล่ะเนี่ย

 

นังเจี๊ยบขอเวลาไปจัดแจงชีวิตตัวเองให้มันเป็นที่เป็นทาง

 

แล้วจะกลับมาบ้าคลั่งไอ่พวกนี้ อย่างสบายใจ

 

สวัสดีปีใหม่นะคะ.........

 

ปล. วันเกิดแจจ๋า จะแวะมาอัพแบบสั้นๆดีกว่า เนอะ จุ๊บๆ

 

และสุดท้ายจริงๆ

 

การเอ็นทรานซ์...ถือเป็นบททดสอบของชีวิต แน่นอนว่า...เรามีโอกาสชนะ

 

อุปสรรคต่างๆ คือความท้าทาย เพื่อให้โอกาสเราเติบโตและก้าวไปข้างหน้า

 

อย่าท้อถอย... อย่ายอมแพ้ แม้ต้องเจอปัญหาหนักหนาเพียงใด

 

เพราะเมื่อเราผ่านพ้นไปได้ และมองย้อนกลับมา ความภูมิใจในตัวเอง อย่างที่สุดจะบังเกิด

 

จากบทความของ Green Read ในระเบียบการของดาว้องก์

 

 

Comment

Comment:

Tweet

อิอิ..เเวะมาบอก

ตอนค่ำๆไปรับ tag จากชั้นด้วยนะยะ big smile

ทำคลายเครียดนะ

#4 By **kirakira** on 2008-01-13 14:51

สวัสดีปีใหม่

ให้หายไข้หายโศกมีหรรษา

ให้ทำดีได้ดีมีปากกา

สุขอุราอยู่กับแจ... ((ให้ต่อเอาเองละกัน เหอ ๆ ))

ปล. ต่อว่าอะไรมาบอกด้วย

ปล. แต่งสดอ่ะ 555+ question

#3 By ~*LuCReZiA*~ on 2008-01-03 22:11

Happy New Year 2008 คร้าพี่เจี๊ยบbig smile

สู้ ๆน๊า อย่ายอมแพ้

ขอให้พี่เจี๊ยบสอบได้อย่างที่ต้องกานน๊า

น้องคนเน้จาเปนกำลังใจให้เสมอ

(จาวันเกิดน้องแระ อย่าลืมของขวัญเน้อ ลืมมีโกด )

555+

ร๊ากเพ่เจี๊ยบน๊าquestion

#2 By น้องนุ้ย (61.19.145.238) on 2008-01-02 15:50

สวัสดีปีใหม่จ้า big smile ...

มีสาระดีนิเน๊อะ...อิอิ เเอบเเซวsad smile

ยังไงก็สู้เเลวกัน เรื่องคณะก็คิดดีๆเเล้วกันเลือกที่ชอบเเล้วก็เรียนได้(เเม้มันจะหายากก็พยายามหน่อยละกัน-*-).....

อ่าเรื่องที่เรียนพิเศษนะ...ไม่จำเป็นก็อย่าเลยนะ...คิดดีๆก่อนเเล้วกัน

เรื่องที่เรียน...เอ่อ..sad smile

เอาไว้บอกหลังไมค์ได้ไหม sad smile ...

สู้ๆเเล้วกันนะ double wink

#1 By **kirakira** on 2008-01-02 10:34